วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

ซาลาเปา

สวัสดีคร้าบทุกท่าน

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการ BicVarn's Cooking School ครับ
สำหรับวันนี้เราจะเสนอวิธีทำ อาหารว่างสุดอร่อยที่ทำได้ไม่ยาก

ซาลาเปานั่นเองครับ

ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนนะครับว่า ซาลาเปาแบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน
1. ซาลาเปาต่อเชื้อ หรือซาลาเปาหน้าแตก เป็นซาลาเปาที่ต้องหมักต่อเนื่องกัน 3 วัน เนื้อซาลาเปาจะละเอียด หน้าจะแตกแบบปุยฝ้าย

2. ซาลาเปายีสต์ สามารถทำเสร็จได้ในวันเดียวจะคล้ายๆกับขนมปังเอาไปนึ่งครับ สามารถทำได้ในเวลาไม่นาน หน้าจะไม่แตกแต่จะเป็นรอยตามที่เราจีบเท่านั้น

ซึ่งวันนี้เราจะมาสอนการทำซาลาเปาแบบที่2กันครับ

มาเริ่มจากการทำไส้ก่อนเลย
ไส้ยอดนิยม ไส้หมูสับครับ

ส่วนผสมไส้หมูสับ
หมูสับ 600 กรัม
มันหมูแข็ง 200 กรัม
หัวหอมใหญ่ 200 กรัม หัวกลาง ๆ ประมาณ 2 หัว
รากผักชี 20 กรัม ประมาณ 10 ราก
กระเทียม 10 กรัม
พริกไทยป่น 30 กรัม
ซอสหอยนางรม 60 กรัม
ซอสปรุงรส 50 กรัม <<< แนะนำว่าน่าจะใช้ซีอิ๊วขาวนะครับ เพราะผมใช้ซอสภูเขาทองแล้วกลิ่นกับรสแอบแรงเกิน น้ำตาลทราย 50 กรัม น้ำมันงา 40 กรัม แป้งข้าวโพด 20 กรัม ต้นหอมซอย 20 กรัม

(อนึ่ง ... สัดส่วนของส่วนผสมไส้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามชอบนะครับ ไม่ตายตัว )


เริ่มการทำไส้ โดยการลำเลียงกระเทียม รากผักชี ใส่ครก แล้วตำๆๆๆๆๆ
สำแดงให้เห็นว่าเรามีสเน่ห์ปลายจวักแค่ไหน เสียงตำยิ่งต่อเนื่องสามีและแม่สามียิ่งรักยิ่งหลงนะคร้าบ
5555 (แต่ผมตำ3นาทีพัก5นาทีครับ555 เมื่อยมากๆ )


โขลกจนกระเทียม และรากผักชีพอละเอียด ใส่พริกไทยครับ จากนั้นโขลกให้เข้ากัน
พักไว้ก่อน


ซอยต้นหอม หัวหอมเป็นชิ้นเล็กๆ พักไว้เช่นกัน(แอบนอกสูตรใส่ผักชีไปด้วย แหะแหะ)


มันหมูแข็งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่เครื่องบด


บดจนเนียนละเอียดเลยนะครับ


จากนั้นใส่หมูสับและเครื่องปรุงที่เหลือลงไป เคล้าพอเข้ากัน


ตามด้วยสามเกลอที่โขลกไว้ หัวหอม(แอบเอาไปผัดก่อน เพื่อดึงความหวานออกมา)
ต้นหอมซอย และผักชีนิดหน่อยครับ


เคล้าจนเข้ากันดีเป็นอันเสร็จส่วนของไส้หมูสับครับ เอา wrap ห่อเข้าตู้เย็นพักไว้
(ถ้าไม่แน่ใจเรื่องความเค็มหรือรสชาติเอาไป Microwave ชิมแล้วปรับเปลี่ยนได้นะครับ)

ทำไส้เค็มเสร็จแล้วก็มาต่อกันที่ไส้ครีมกันเลย

ส่วนผสมไส้ครีม
น้ำตาลทราย 250 กรัม
ผงคัสตาร์ด 2 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืด 100 กรัม
แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
นมผง 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 4 ฟอง
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
นมข้นหวาน 100 กรัม
วนิลา 1ช้อนชา
เนยจืดหรือมาการีน 200 กรัม ตั้งไฟให้พอละลาย


วิธีทำสุดง่ายครับ .... เททุกอย่างรวมกันโลด


เติมกลิ่นวานิลลาเล็กน้อย ผมใส่แค่1/2ชช ใครไม่ชอบไม่ใส่ก็ได้นะครับ


ผสมให้เข้ากัน เม็ดแป้งข้าวโพดพยายามบี้ๆให้แตกให้หมดนะครับ

นำส่วนผสมทั้งหมด ไปใส่ลังถึงที่น้ำเดือด นึ่งประมาณ30นาที ให้เปิดฝาเอาตะกร้อคนทุกๆ 10 นาที
คนจนเนื้อข้น สุกแห้ง


จะได้ข้นประมาณนี้ครับ นำออกมาทิ้งให้เย็น

ต่อไปเป็นส่วนของตัวแป้งซาลาเปาครับ
ส่วนผสมของแป้งซาลาเปาแบบหน้าไม่แตกนี้มี 2 ส่วนครับ
เราจะเริ่มจากการทำแป้งเชื้อก่อน

ส่วนผสมแป้งเชื้อ
แป้งสาลีสำหรับทำซาลาเปา 350 กรัม
ยีสต์ 2 + 1/4 ช้อนชา
น้ำอุ่น 225 กรัม (อย่าให้ร้อนเกินนะครับ ไม่งั้นยีสต์ตายแป้งจะไม่ฟูนะเออ
ทดสอบโดยเอานิ้วจุ่มแล้วพอทนได้ถือว่าโอเคครับ)


แป้งผมใช้ยี่ห้อนี้ครับ กิเลนเหลือง ( ไม่มีก็ลองหาแป้งยี่ห้ออื่นก็ได้นะ
เอาที่เค้าระบุว่าสำหรับทำซาลาเปาโดยเฉพาะก็จะดีครับ )
ร่อนสัก 2 ครั้ง


จากนั้นเติมยีสต์ผงลงไป (ร่อนแป้งก่อนแล้วค่อยใส่ยีสต์นะครับ อย่าสะเหร่อแบบผม
ร่อนพร้อมกัน เดือดร้อนต้องมาเทตามทีหลัง เพราะยีสต์เนี่ยร่อนเท่าไหร่ก็ไม่ผ่านที่ร่อนแป้งเลยสักนิด
เล่นเอากล้ามขึ้น)


ค่อยๆรินน้ำอุ่นลงไปแล้วนวดๆๆๆๆ ให้เข้ากัน แรกๆแป้งเชื้อจะเละติดมือเหนอะหนะ
กลิ่นสุดบรรยาย ... ฟุ้งกระจายเต็มบ้าน
ไม่ต้องตกใจนะครับ นวดไปสักพักแป้งจะติดมือน้อยลง
นวดจนแป้งเนียนเข้ากัน ในขั้นนี้ถ้ามีแป้งเป็นผงๆติดก้นกะละมังเติมน้ำได้นิดหน่อยนะครับ


ประมาณนี้ก็ใช้ได้แล้วครับ ผมนวดประมาณเกือบๆ10นาที
จากนั้นใส่กะละมังปิดด้วย wrap
ทิ้งให้ขึ้น 2 เท่า




ตามสูตรจะให้พักไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงนะครับ แต่ถ้าอากาศร้อนหน่อยแค่ราวๆ10นาทีก็ฟูแบบนี้แล้ว


แหวกๆดูแป้งจะเป็นใยๆแบบนี้

พอแป้งเชื้อขึ้น 2 เท่า ก็มาต่อกันที่แป้งส่วนที่ 2 กันเลยครับ

ส่วนผสมแป้งโด
แป้งเชื้อที่หมักไว้
แป้งสำหรับทำซาละเปา 150 กรัม
ผงฟู 2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 125 กรัม
เกลือ 1 ช้อนชา
สารเสริมเอสพี 1 ช้อนชา
เนยขาว 50 กรัม


ร่อนแป้งกับผงฟูเข้าด้วยกันสัก 2 รอบครับ พักไว้ก่อน


หันมาดูในกะละมังแป้งเชื้อ
ใส่เกลือป่น น้ำตาลทราย และน้ำเปล่าลงไปในแป้งเชื้อที่ขึ้นฟูแล้ว
แป้งเชื้อจะอ่อนตัวลง เหลวขึ้น น้ำตาลทรายจะละลาย ตอนนี้แป้งจะแหยะๆหน่อยนะครับ
ขั้นนี้นวดนิดหน่อยพอน้ำตาลละลาย


จากนั้นโกยแป้งเชื้อใส่กะละมังแป้งกับผงฟูที่ร่อนไว้ครับ (สภาพเละเทะมากตอนนี้)
นวดให้เข้ากันจนไม่เหลือแป้งที่เป็นผงๆครับ นวดไปสักพักแป้งจะเริ่มแห้งขึ้นไม่ติดตามมือ


พอเข้ากันดี เติม SP ลงไปครับ จากนั้นนวดให้พอเข้ากัน
( สารเสริมSP เป็น Emulsifying agent ตัวนึง มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ช่วยทำให้ เกิดฟองได้ดี
ซึ่งจากคุณลักษณะนี้ ทำให้เค้กหรือขนมที่ใส่ ทำง่ายขึ้นและไม่ยุบง่ายครับ
สามารถหาซื้อ SP ได้ตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วไปครับ )


จากนั้นเติมเนยขาวลงไปครับ
(ถ้าไม่มีใส่น้ำมันพืชหรือพวกเนยที่ผลิตจากพืชก็ได้นะครับ
ตามสูตรที่ค้นๆมาเค้าจะไม่แนะนำให้ใช้เนยธรรมดา เพราะจะทำให้ซาลาเปาออกเหลืองและขุ่น)


นวดจนเนียนไม่สากมือ จากนั้นเอามาทุบๆชกๆสักหน่อยครับ


ประมาณนี้ก็ใช้ได้แล้วครับ


แบ่งแป้งเป็นก้อนๆขนาดประมาณ 25-28 กรัมต่อลูกครับ (ตามสูตรจะได้ประมาณ 30 ลูกครับ)
เอาผ้าขาวบางชุบน้ำหรือ
wrap คลุมไว้นะครับแป้งจะได้ไม่แห้ง


จากนั้นก็แผ่แป้งออก ใส่ไส้ตรงกลางแล้วค่อยๆจับจีบไล่ไปเรื่อยๆ
(ไม่สามารถถ่ายขั้นตอนมาให้ดูได้แต่ลองๆดูนะครับ แรกๆอาจจะจีบไม่สวย แต่เดี๋ยวก็โอเคเอง)


"ไอ่อ้วนนนน !!!! เอ็งจีบประสาอะไรฟระ ไม่เห็นสวยเลย !!!!!!!!!!"
<<< โดนบ่นไปหลายรอบเลยครับ


จีบเสร็จวางบนกระดาษรองซาลาเปา (ของผมเอากระดาษ A4ตัดเอาครับ ใช้ได้เหมือนกัน)
ไอ้ที่จีบแล้วปิดไม่มิด หรือไม่สวยน่ะ ... ของคนที่โดนดุข้างบนนะครับ



แล้วเอาไปนึ่งในรังถึง ใช้เวลาประมาณ15 นาทีครับ
เว้นที่เผื่อตอนซาลาเปาขยายด้วยนะครับ


15 นาทีผ่านไป มาดูผลงานกันหน่อย





แต่นแต๊นนนน .....

ผลลัพธ์ดังภาพครับ ... มีซาลาเปาเป็นดีซ่านด้วย แหะแหะ

ขอคอมเม้นท์เรื่องการห่อไส้ไว้นิดนึงนะครับ

ถ้าจีบไว้ไม่แน่น หรือปิดไส้ไม่มิด พอซาลาเปาขยายตัว จีบจะแตกไส้จะโผล่อย่างในภาพ
ถ้าเป็นไส้ครีม ห่อแล้วผิวด้านบนบาง จะเป็นดีซ่านเหมือนที่เห็นครับ

ต้องลองทำสัก2-3 ชุดจะเริ่มจับจุดได้ครับลองดูๆ

เทียบขนาดนึ่งแล้วกับยังไม่นึ่งหน่อย


ผ่าให้เห็นกันจะจะครับ ซาลาเปาแป้งบางๆนิ่มๆหอมๆ ไส้ตูมมมมมากๆ
ขายลูกละเท่าไหร่ดีเนี่ย 555

สูตรเค้าดีจริงๆนะครับแป้งนิ่ม ไส้อร่อยมากๆเลยล่ะ

เป็นยังไงบ้างครับ ไม่ยากใช่ไหมเอ่ย
หวังว่าทุกคนคงอิ่มอร่อยกับซาลาเปาสุดอร่อยสูตรนี้นะครับ

ไว้เจอกันใหม่ Entry หน้าครับ

ปล. ขอขอบคุณสูตรซาลาเปาสุดอร่อยจาก แม่สลิ่ม
ไส้ครีมจาก โกโก้คุง
และความรู้เรื่องซาลาเปาและสารเสริม SP จาก เจ๊หลี ครับ

ปล. (อีกที) เอ็นทรี่หน้า พาทำอาหารญี่ปุ่นคร้าบ รอชมได้เลย


ที่มา http://varnthemage.exteen.com/20090415/entry


ขึ้นบน

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เนื้อย่างเกาหลี



เครื่องปรุง

เนื้อวัวส่วนสะโพก 500 กรัม
มันหมูแข็ง 100 กรัม
กะหล่ำปลีซอย 2 ถ้วย
แครอทซอย 2 ถ้วย
ต้นหอมซอย 1 ช้อนโตีะ
หน่อไม้ฝรั่ง 300 กรัม
ฟักทอง 300 กรัม
กระเจี๊ยบมอญ 12 ฝัก
ข้าวโพดอ่อน 12 ฝัก
งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วญี่ปุ่น 3 ช้อนโต๊ะ
เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
1. ล้างเนื้อวัว ซับน้ำให้แก้ง แล่เป็นชิ้นบาง ใส่ลงในอ่างผสม ใส่งาขาว พริกไทย ต้นหอม น้ำตาล ซีอิ๊วญี่ปุ่น เหล้าจีน น้ำมันงา น้ำมันพืช เคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง

2. ล้างผักทุกชนิดให้สะอาด ตัดโคนหน่อไม้ฝรั่งที่แข็งออก ปอกเปลือกฟักทองออกบางๆหั่นชิ้นใหญ่ แกะโคนเปลือกข้าวโพดอ่อนออก

3.
เมื่อ จะรับประทาน นำมันหมูแข็งวางบนกระทะพอน้ำมันละลาย นำเนื้อที่หมักย่างจนพอสุก จัดใส่จาน ย่างผักต่อ พอสุกใส่จาน รับประทานกับน้ำจิ้ม

ส่วนประกอบน้ำจิ้ม
พริกขี้หนูเขียวแดง สับละเอียด 15 เม็ด
รากผักชีและก้านซอย 1/4 ถ้วย
กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำกระเทียมดอง 1/2 ถ้วย

วิธีทำ
ทำน้ำจิ้มโดยผสมส่วนประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกัน

ที่มา http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=621




ขึ้นบน

กิมจิ



김치 (คนเกาหลีอ่านว่า คิมชี นะ ไม่ใช่กิมจิ) - พูดถึงอาหารเกาหลี ไม่พูดถึงกิมจิ คงโดนคนเกาหลีกระทืบตายเป็นแน่แท้ มันก็คือผักดองปรุงรส ซึ่งสามารถนำผักเกือบทุกชนิดมาทำเป็นกิมจิได้ ในรูปนี่เป็นกิมจิผักกาดดอง

สูตรกิมจิ

เครื่องปรุง
- ผักกาดขาวปลี/ผักหางหงส์ หั่น หยาบ ๆ 1 ต้นใหญ่
- หัวไชเท้า 1 หัว
- แครอท 1 หัว
- เกลือหยาบ(เกลือทะเล) 6 ชต ใช้เกลือทะเลจะมีสีสวย
- น้ำตาลทราย 2 ชต
- พริกชี้ฟ้าแดง (ผ่าครึ่งเมล็ดออก )5 เม็ด (ถ้าชอบเผ็ดมากใช้พริกขี้หนูสีแดง 1 กำมือ )
- ซอสพริกอย่างเผ็ด 5 ชต.
- ขิงแก่สับ 1 ชต.
- กระเทียมสับ 5 กลีบใหญ่
- ต้นหอม หั่นเป็นท่อน ๆ 5 ต้น หรือมากกว่าตามชอบ
- น้ำสะอาด 500 ซี ซี
- มะนาว 1-2 ผล



วิธีทำ
1)นำผักกาดขาวล้างให้สะอาดผ่าครึ่งหั่นตามแนวยาว ใส่ตะกร้าผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
ขยำ ผักกาดเกลือป่น(ใช้เกลือป่นหมักผัก 3 ชต.) ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างผักด้วยน้ำสะอาด 1 ครั้ง แล้วบีบน้ำออก แล้วนำผักลงในชามหรือหม้อที่สะอาด
2)นำแครอท หัวไชเท้า ล้างให้สะอาดปอกเปลือกหั่นตามขวางลูกจนหมดแล้วหั่นเป็นเส้นอีกครั้ง หมดทั้งสองอย่าง เพื่อความสวยงาม หั่นเป็นขวาง ๆ แล้วจักเป็นดอก ๆ
3) นำเครื่องปรุงไปปั่นให้ละเอียด รวมเกลือที่เหลือ 3 ชต. (6 ชต. ใช้หมักผักไป 3 ชต)
4) นำเครื่องปรุงทั้งหมดเทลงในอ่างผสม ใส่น้ำตาลทรายคนให้ทั่ว นำผักกาด หัวไชเท้า แครอท และต้นหอม ลงคลุกเคล้า นำใส่ขวดโหลปิดฝาพักไว้ 24 ชม. หลังจากนั้นนำมาใส่จานรับประทานได้เลย
เมื่อครบ 24 ชม แล้วลองชิมดูว่าอ่อนเปรี้ยว อ่อนเค็มไปหรือเปล่า ปรุงด้วยน้ำมะนาวและเกลือป่นสูตรนี้เก็บไว้ในตู้เย็นรับประทานได้ 1 เดือน

สูตรผักดอง


เครื่องปรุง
ดอกกะหล่ำ 1 1/2กก
แครอท 1/2 กก
กระหล่ำปลีธรรมดา 1/2 กก
(ผัก จะใช้อะไรมากอะไรน้อยตามชอบ นน.รวมกันแล้วอย่าเกิน 2 1/2 กก)
เกลือป่น 2 ชช
น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวงกับอีก 2 ชต.
น้ำส้มสายชู 2 ถ้วยตวง
น้ำสะอาด 1 3/4 ถ้วยตวง
กานพลู 4 ก้าน (ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องก็ได้นะคะ กานพลู)

วิธีทำ
1) ผัก ทั้ง 3 ชนิด ล้างให้สะอาด หั่นเป็นคำ ๆ
2) ต้ม น้ำส้ม น้ำตาล น้ำสะอาด เกลือ เคี่ยวไฟอ่อน ๆ จนน้ำตาลละลาย ยกขึ้นมาทิ้งไว้ให้เย็น
3) ตั้งหม้อ ต้มน้ำสะอาด พอน้ำเดือด นำผักทั้งหมดใส่ตะแกรง กดให้จมในน้ำเดือด 30 วินาที ปิดไฟ
4) ตักผักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ พักไว้ให้เย็น (((( อย่าแช่น้ำเย็นเด็ดขาด ))))
5) เมื่อ ข้อ 2) และ ข้อ 4) เย็นสนิทแล้ว นำใส่ภาชนะ ที่มีฝาปิด ปิดฝาให้สนิท
แช่ตู้เย็นดอง 72 ชม. จึงจะเสริฟได้ มีความกรอบนาน 1 เดือน
ใช้ผสมทำสลัด ทำแซนด์วิช หรือใช้แนมกินกับอาหารที่ทอดมัน ๆ จะแก้เลี่ยนและอร่อย มากๆ


ที่มา http://www.horapa.com/content.php?Category=Japan&No=177

สุกี้-นำ้จิ้ม


เครื่องปรุงสุกี้

◊ ผักตามใจชอบ ผักหลักคือ ผักกาดขาว ผักบุ้ง ต้นหอม เห็ดฟาง ฯลฯ
◊ เครื่องปรุงอื่นๆ มี ไข่ไก่ เต้าหู้อ่อนขาว วุ้นเส้น ฯลฯ
◊ เนื้อสัตว์ ตามใจชอบ มีเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา ไข่ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง

เครื่องปรุงสำหรับน้ำซุป

◊ น้ำสะอาด หม้อใหญ่ ๑ ๑/๒ ขวดลิตร
◊ กุ้งตัวเล็ก พอประมาณ
◊ กระดูกไก่หรือกระดูกหมู (ไม่มีรูปให้ดู)
◊ หัวไชเท้า ๓ ท่อน
◊ แครอทพอสวยงาม
◊ เกลือ ๑ ช้อนชา
◊ หอมหัวใหญ่ใส่ทั้งหัว

วิธีทำน้ำซุป

◊ ต้มน้ำให้เดือดพล่าน ใส่เกลือ ใส่กระดูกไก่/หมู กุ้ง หอมหัวใหญ่ไปทั้งหัว (ไม่หั่น) พอเดือดอีกครั้ง ลดไฟลงให้เหลือไฟกลาง ใส่ผักหัวไชเท้าลงไป แครอทลงไป ต้มไป ๑ ชั่วโมงค่ะ
◊ พอซุปเย็นลง ให้ช้อนฟอง ช้อนน้ำมันที่ลอยทิ้งไป ช้อนกระดูกหมู/ไก่ทิ้งไป เอาหอมหัวใหญ่ทั้งหัวทิ้งไปด้วย หัวไชเท้าด้วยทิ้งไปให้หมด เหลือไว้แต่แครอท กุ้งตัวเล็กก็ไม่น่าเกลียดอะไรทิ้งเอาไว้ แต่กุ้งมันจะจืดมากๆ เลย ความหวานไปอยู่ที่น้ำซุปแล้วค่ะ
ถ้าแม่บ้านท่านใดไม่สะดวกที่จะต้มน้ำซุปเองจะใช้ซุปก้อนหรือน้ำซุปกระป๋องก็ได้

เครื่องปรุงน้ำจิ้มรสเด็ด สูตรนี้ไม่ใส่เต้าหู้ยี้

◊ ซอสพริกศรีราชาเผ็ดกลาง ๑-๒ ส่วน (ตามความต้องการเผ็ด)
◊ ซอสน้ำมันหอย ๑ ส่วน
◊ น้ำมันงา ๑/๔ ส่วน
◊ น้ำปลา ๑/๔ ส่วน
◊ งาขาวคั่วแล้ว พอประมาณ
◊ น้ำมะนาว สำหรับปรุงรส
◊ น้ำซุป สำหรับเจือให้ซอสใส
◊ ผักชีสับ ๑/๔ ส่วน
◊ กระเทียมสดสับละเอียด ตามใจชอบ
◊ พริกขี้หนูสับละเอียด ตามใจชอบ
ที่มา http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=7073




น้ำจิ้มสุกี้ 4 สูตร

สูตรที่1
ส่วนผสม
- ซอสพริกศรีราชาเผ็ดกลาง 1-2 ส่วน
- ซอสน้ำมันหอย 1 ส่วน
- น้ำมันงา 1/4 ส่วน
- น้ำปลา 1/4 ส่วน
- งาขาวคั่วแล้ว พอประมาณ
- น้ำมะนาว สำหรับปรุงรส
- น้ำซุป สำหรับเจือให้ซอสใส
- ผักชีสับ 1/4 ส่วน
- กระเทียมสดสับละเอียด ตามใจชอบ
- พริกขี้หนูสับละเอียด ตามใจชอบ

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะไฟกลางๆ ใส่น้ำมันงา ใส่ซอสศรีราชาและซอสน้ำมันหอย น้ำปลาปรุงรส ใส่น้ำซุป คนให้เข้ากัน คนบ่อยๆ แล้วใส่งาที่คั่ว
2. จาก นั้นก็เตรียมน้ำมะนาว, พริกขี้หนูสับ, กระเทียมสับ ไว้ปรุงเพิ่มรสตามใจตัวเอง ถ้วยใครถ้วยมัน น้ำจิ้มที่เหลือก็เก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวัน และสามาถนำไปจิ้มลูกชิ้น, ไส้กรอกอย่างอื่นได้อีก


สูตรที่2
ส่วนผสม
- งาขาว 200 กรัม
- ซอสพริกศรีราชา (เผ็ดมาก) ขวดใหญ่ 1 ขวด
- น้ำตาลปึก (แบบกลม ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 ซม.) 5 ก้อน
- เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1.ตั้ง กระทะ ไม่ต้องใส่น้ำมัน เอางาลงไปคั่ว ไฟอย่าแรง หมั่นคนบ่อย ๆ เพราะเดี๋ยวจะไหม้ รอจนเม็ดงาเริ่มมีน้ำมันเคลือบ และหอม ก็ตักขึ้นพักไว้
2. ใส่ซอสศรีราชาให้หมดขวดเลยครับ รอจนเดือดปุด ๆ นิดหน่อย ก็ใส่น้ำตาลปึกลงไป คนจนน้ำตาลและซอสเข้ากันดีแล้ว ดูว่าส่วนผสมข้นเหนียวนิด ๆ เคลือบปลายตะหลิวเป็นใช้ได้ ก็ ใส่งาที่คั่วแล้ว รวมทั้งเกลือ ลงไปให้หมดเลย
3. จากนั้นก็เตรียมน้ำ มะนาว, พริกขี้หนูสับ, กระเทียมสับ ไว้ปรุงเพิ่มรสตามใจตัวเอง ถ้วยใครถ้วยมัน น้ำจิ้มที่เหลือก็เก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวัน และสามาถนำไปจิ้มลูกชิ้น, ไส้กรอกอย่างอื่นได้อีก

สูตร 3
ส่วนผสม
- เต้าหู้ยี้ 1 ก้อน
- กระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- น้ำมันงาหรือน้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูโขลก 2 ช้อนชา
- น้ำซุป ½ ถ้วย

วิธีทำ
นำ เต้าหู้ยี้ พร้อมน้ำมาโขลกกับกระเทียมดอง เติมน้ำกระเทียมดองลงไป น้ำมะนาว น้ำมันงาหรือน้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย ผสมให้เข้ากัน โรยด้วยผักชีหั่นฝอย พริกขี้หนูโขลก แล้วเติมน้ำซุปอุ่น ๆ ครึ่งถ้วย คนให้เข้ากัน

สูตร 4
ส่วนผสม
- ซีอิ๊วขาว ¼ ถ้วย
- ซีอิ้วญี่ปุ่น 2 ช้อนโต๊ะ
- พริก 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- ขิงแก่สับ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำซุป 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
ซีอิ๊ว ขาว ผสมกับซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำมันพริก น้ำมันงา กระเทียมสับ ขิงแก่สับ น้ำส้มสายชู น้ำซุป ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ถ้าชอบหวานอาจเติมน้ำเชื่อมได้ตามชอบอีกนิดหน่อย แล้วโรยด้วยผักชีสับ

ที่มา http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=122

ขึ้นบน